|
| การให้สิทธิ GSP |
สหรัฐฯให้สิทธิ GSP แก่ประเทศกำลังพัฒนาและดินแดนอาณานิคมรวม 145 ประเทศโดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้รับสิทธิ |
| ระยะเวลาของโครงการ |
โครงการที่ 1 : วันที่ 1 มกราคม 2519 – วันที่ 3 มกราคม 2528
โครงการที่ 2 : วันที่ 4 มกราคม 2528 – วันที่ 30 กรกฎาคม 2538
โครงการที่ 3 : วันที่ 31 กรกฎาคม 2538 – วันที่ 31 พฤษภาคม 2540
ต่ออายุครั้งที่ 1 : วันที่ 1 มิถุนายน 2540 – วันที่ 30 มิถุนายน 2541
ต่ออายุครั้งที่ 2 : วันที่ 1 กรกฎาคม 2541 – วันที่ 30 มิถุนายน 2542
ต่ออายุครั้งที่ 3 : วันที่ 1 กรกฎาคม 2542 – วันที่ 30 กันยายน 2544
ต่ออายุครั้งที่ 4 : วันที่ 1 ตุลาคม 2544 – วันที่ 31 ธันวาคม 2549
ต่ออายุครั้งที่ 5 : วันที่ 1 มกราคม 2550 – วันที่ 31 ธันวาคม 2551 |
ขอบเขตของสินค้า ภายใต้สิทธิ GSP |
สหรัฐฯ ให้สิทธิ GSP สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ประมาณ 4,600 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าอุตสาหกรรม
สินค้าที่สหรัฐฯ สงวนการให้สิทธิ GSP ได้แก่
- สินค้าประเภทสิ่งทอและเครื่องแต่งกาย ยกเว้นสินค้าพรมหรือสิ่งปูพื้นทำด้วยไหมหรือขนสัตว์ ผลิตภัณฑ์ไหมหรือของทำด้วยไหม
- สินค้าประเภทเครื่องหนัง ยกเว้นสินค้าเครื่องหนังขนาดเล็ก (flat goods) ทำจากหนังสัตว์เลื้อยคลาน
- สินค้าประเภทเครื่องแก้ว ยกเว้นเครื่องแก้วได้จากการเป่าบางรายการ (HTS.7004) เครื่องแก้วขัดผิว ขัดมันบางรายการ (HTS.7005) เครื่องแก้วบนโต๊ะอาหารและในสำนักงานบางรายการ (HTS.7013)
- นาฬิกาบางประเภท
- สินค้าอิเล็กโทรนิกส์
- สินค้าเหล็ก
- สินค้าเกษตรบางรายการที่มีการจำกัดโควตาการนำเข้า
ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายการสินค้าและอัตราภาษีปกติของระบบ GSP สหรัฐอเมริกา ได้ที่http://www.dataweb.usitc.gov/ |
| ประเทศที่ได้รับสิทธิ GSP |
สหรัฐฯให้สิทธิ GSP แก่ประเทศกำลังพัฒนาและดินแดนอาณานิคมรวม 145 ประเทศโดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้รับสิทธิ |
| การลดหย่อนภาษี |
สินค้าที่อยู่ในรายการที่สหรัฐฯให้สิทธิ GSP จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าทุกรายการ |
| หลักเกณฑ์ว่าด้วย |
(1) สินค้านั้นจะต้องผลิตขึ้นโดยใช้วัตถุดิบในประเทศผู้รับสิทธิทั้งหมด แหล่งกำเนิดสินค้า หรือ กรณีที่มีวัตถุดิบหรือ
ส่วนประกอบนำเข้าจากต่างประเทศ จะต้องมีส่วนประกอบวัตถุดิบ ในประเทศรวมกับต้นทุนการผลิตโดยตรงอย่างน้อยร้อยละ 35 ของราคาสินค้าจากโรงงาน (Ex-factory Price) หรือราคาประเมิน (Appraised Value) ของสินค้านั้นในสหรัฐฯ
2) สินค้าจากไทยสามารถผลิตภายใต้กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดแบบสะสม (Cumulative Origin) ซึ่งไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศ
ASEAN จึงสามารถใช้วัตถุดิบร่วมกับประเทศกัมพูชา อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยถือว่ามาจากแหล่งกำเนิดประเทศเดียวกัน ซึ่งจะต้องมีอัตราส่วนดังกล่าวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 35 ของราคาสินค้าจากโรงงาน หรือราคาประเมินของสินค้านั้น
(3) สินค้าที่ได้รับสิทธิ GSP ต้องเป็นสินค้าที่ถูกส่งตรงจากประเทศที่กำลังพัฒนาไปสหรัฐฯโดยไม่ผ่านดินแดนประเทศอื่น กรณีจำเป็นต้องขนส่งผ่านประเทศอื่นๆ สินค้าดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ความควบคุมของศุลกากร และไม่มีการซื้อขายในประเทศใดประเทศหนึ่งระหว่างทางที่ผ่าน |
| ข้อจำกัดในการให้สิทธิ GSP |
(1) การระงับสิทธิ สินค้าจากประเทศผู้รับสิทธิ GSP จะถูกยกเลิกการให้สิทธิฯ เป็นการชั่วคราวเมื่อการนำเข้าสหรัฐฯ
ในปีที่ผ่านมามีมูลค่าเกินเกณฑ์ภายใต้กฎว่าด้วยความจำเป็นด้านการแข่งขัน (Competitive Need Limit: CNL) คือ
- มีส่วนแบ่งตลาดนำเข้าจากสหรัฐฯ ตั้งแต่ร้อยละ 50 หรือ
- มีมูลค่านำเข้าสหรัฐฯเกินมูลค่าขั้นสูงที่สหรัฐฯกำหนดไว้ในแต่ละปี (ในปี 2549 = 125 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยให้
เพิ่มขึ้นทุกปีๆ ละ 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)
ทั้งนี้ การระงับสิทธิ GSP สหรัฐฯจะทำการทบทวนเป็นประจำทุกปี ปัจจุบันมีสินค้าไทยที่ถูก สหรัฐฯระงับสิทธิ GSP
เนื่องจากส่งออกไปสหรัฐฯเกินเพดาน CNL ของแต่ละปี
(2) การคืนสิทธิและผ่อนผันไม่ระงับสิทธิ สินค้าที่ถูกระงับสิทธิสามารถที่จะขอคืนสิทธิหรือผ่อนผันไม่ระงับสิทธิ
ได้ 2 วิธี คือ
2.1 กรณี Redesignation สินค้าที่ถูกระงับสิทธิ หากปีต่อมามูลค่าการส่งออกต่ำกว่าระดับ CNL ที่กำหนด
2.2 กรณีผ่อนผันยกเว้นกฎ CNL สินค้าที่ถูกระงับสิทธิและปีต่อมายังส่งออกเกิน CNL อาจขอยกเว้นไม่ระงับสิทธิได้ หากประธานาธิบดีสหรัฐฯ เห็นควร |
| การทบทวนข้อยกเว้น CNL Waiver Review เพิ่มเติม |
สินค้าใดที่เคยได้รับยกเว้นเพดานการส่งออก ( CNL Waiver) มาแล้วเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปีหรือนานกว่านี้จะไม่ได้รับยกเว้นเพดานการส่งออก(ถูกตัดสิทธิ) หากการส่งออกสินค้านั้นเข้าสหรัฐฯเป็นไปตามเงื่อนไข ดังนี้
(1) มีมูลค่านำเข้าเกินร้อยละ 150 ของระดับเพดาน CNL ที่สหรัฐฯกำหนดในปีนั้น (ปี 2549 = 125 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ) หรือมูลค่าเกิน 187.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
(2) มีส่วนแบ่งการนำเข้าเกินร้อยละ 75 ของมูลค่าการนำเข้าสินค้ารายการนั้นของสหรัฐฯ ทั้งนี้ อยู่ในดุลพินิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะผ่อนผันให้ได้รับสิทธิต่อไปอีกก็ได้ |
| เงื่อนไขการให้สิทธิ GSP |
ภายใต้ระบบ GSP สหรัฐฯ ได้กำหนดเงื่อนไขการพิจารณาให้สิทธิ GSP แ ก่ประเทศต่างๆซึ่งมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
- การเปิดตลาดสินค้าและบริการให้แก่สหรัฐฯ
- การให้ความคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
- การให้ความคุ้มครองสิทธิแรงงานในระดับที่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ
- ระดับการพัฒนาประเทศ โดยพิจารณาจากระดับรายได้ประชาชาติต่อหัวของประเทศนั้นๆ ทั้งนี้ สหรัฐฯ จะทำการทบทวนเป็นประจำทุกปี (ปี 2546 กำหนดไว้เท่ากับ 10,066 เหรียญสหรัฐฯ)
- นโยบายการลงทุนที่ชัดเจน และการลด/เลิกข้อจำกัดทางการค้าของประเทศที่ได้รับสิทธิ
- ความต้องการได้รับ GSP ของประเทศกำลังพัฒนา
- การให้การสนับสนุนสหรัฐฯในการต่อต้านผู้ก่อการร้าย |
| มาตรการตัดสิทธิ GSP |
ระบบ GSP สหรัฐฯ แบ่งการตัดสิทธิ GSP เป็น 2 ประเภท คือ
1. ตัดสิทธิ GSP รายสินค้า ( ใช้กฎ CNLs เป็นเกณฑ์)
2. ตัดสิทธิ GSP รายประเทศ (ใช้รายได้ประชาชาติต่อหัวเป็นเกณฑ์) |
| เอกสารที่จำเป็นในการขอใช้สิทธิ |
ผู้นำสินค้าเข้าสหรัฐฯ สามารถยื่นขอรับสิทธิ GSP ได้ด้วยตนเองที่ด่านศุลกากรนำเข้าของสหรัฐฯ โดยการรับรองตนเอง |
 |
|